top of page

รวม 28 คำถามที่ SEO Specialist ต้องรู้ ก่อนไปสัมภาษณ์งาน

อัปเดตเมื่อ 10 ก.พ. 2566


28 คำถามสัมภาษณ์งาน seo

หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ไม่มากก็น้อยอาจจะกำลังเตรียมตัวไปสมัครและสัมภาษณ์งานในตำแหน่ง SEO specialist กันใช่ไหมเอ่ย ก็แน่หละสิ งานสาย SEO ในปัจจุบันมันช่างว้าว น่าสนใจและมีความท้าทายในตัวงาน บวกกับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ ใครหละจะไม่สนใจงานด้าน SEO บ้าง (อาชีพ seo specialist คืออะไร?) อยากรู้อ่านได้ที่ลิงก์นี้


วันนี้ Geniekung เลยหาข้อมูลและคำถามสำหรับคนที่จะไปสมัครและสัมภาษณ์งานด้าน SEO มาให้ทั้งหมด 28 คำถามเน้นๆ โดยแบ่งเป็น 15 คำถามหรับผู้เริ่มต้นในสายงาน กับ 13 คำถามสำหรับผู้มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป คำถาม SEO ที่วัดถึงความเข้าใจ การวัดผล และการแก้ปัญหาของแต่ละคน ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลยทุกคน


Part1 15 คำถามในการสัมภาษณ์งาน SEO specialist มือใหม่ประสบการณ์ 0-3 ปี


15 คำถามสัมภาษณ์งานตำแหน่ง seo specialist


มาเริ่มกันที่ 15 คำถามสำหรับ SEO specialist มือใหม่กันได้เลย โดยคำถามก็ไม่ยาก และเป็นคำถามทั่วไปเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจในการทำ SEO เบื้องต้น คำถามจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย


Q1. Keywords คืออะไร?


Keywords(คีเวิร์ด) คือคำหรือวลีที่ทำให้เว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราปรากฏในหน้าผลการค้นหา เมื่อผู้ใช้มีการพิมพ์หรือค้นคำที่เกี่ยวข้องกับคีเวิร์ดที่เราทำ เช่นหากเราทำบล็อกเกี่ยวกับการทำต้มยำกุ้งและใช้คีเวิร์ดคำว่า “วิธีทำต้มยำกุ้งสูตรชาววัง” และมีคนพิมพ์คนคำว่า วิธีทำต้มยำกุ้ง หรือ ต้มยำกุ้งสูตรชาววัง เว็บของเราก็อาจจะปรากฎในหน้าผลการค้นหานั่นเอง


Q2. SEO มีกี่ประเภท?

ตอบ SEO มี 3 ประเภทหลักๆ เหล่านี้คือ


1.On-page SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์และเว็บไซต์ของเราเช่น meta tags, keywords, internal links, Page structure เพื่อให้กูเกิลเข้าใจเนื้อหาในเว็บของเราและแสดงผลเมื่อมีการค้นหาที่เกี่ยวข้องนั่นเอง


2.Off-page SEO พูดง่ายๆก็คือการทำ backlink นั่นเอง เมื่อคุณทำบทความที่มีคุณภาพและได้รับการอ้างอิงจากอีกเว็บไซต์โยงเข้ามาที่เว็บของเรา เหมือนเป็นการสร้างการโปรโมทและความน่าเชื่อถือทางอ้อม และยังส่งผลดีต่อการจัดอันดับอีกด้วยนะ


3.Technical SEO เป็นการตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์ทั้งกูเกิลและผู้ใช้งานหรือไม่ เช่น มีความปลอดภัยไหม(SSL Certificate) page speed ตรงตามเกณฑ์ core web vitals ไหม รองรับการแสดงผลทุก device รึเปลา ประมาณนั้นแหละจ้า


Q3. คุณใช้เครื่องมืออะไรใน SEO project ของคุณ?


สำหรับการทำ keyword research: Google keyword planner, Keywords Everywhere, Ubersuggest


สำหรับ on-page: Google Search Console, Screaming frog, Ubersuggest


สำหรับ off-page: Ahrefs, Moz, SEMRush


สำหรับ technical: Google page speed insights


สำหรับ tracking: Google Search Console, Google Analytics


Q4. on-page กับ off-page SEO ต่างกันอย่างไร?


On-page SEO เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์และเว็บไซต์ ดังนั้นควรเน้นในการมีบทความที่มีคุณภาพให้มากที่สุด รวมถึงการปรับ meta tags, keywords, internal links, Page structure


Off-page SEO การกระทำอื่นๆจากภายนอกที่ส่งผลต่อเว็บของเราไม่ว่าจะเป็น การสร้างtraffic จากเว็บอื่นมาที่เว็บเรา การสร้างการรับรู้จาก influencer และ social media เป็นต้น


Q5. ปัจจัยไหนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ดีที่สุดสำหรับการจัดอันดับเว็บไซต์?


คำถามนี้ตอบได้หลากหลายมาก เพราะปัจจัยที่กูเกิลนำมาใช้ในการจัดอันดับมีหลากหลายมากกว่า 200 ปัจจัย หากจะตอบก็คงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กันไปทั้งการทำ on-page และ off page optimize ทั้งการปรับ การปรับ meta tags, keywords, internal links, Page structure ในส่วน on-page รวมถึงการหา backlink จากเว็บไซต์ที่ DA สูง และไม่ละเลยในส่วนของ technical seo ด้วย


Q6. Page speed คืออะไรและสำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร?


Page speed คือความเร็วในการโหลดและแสดงผลเมื่อผู้ใช้เข้ามาเว็บไซต์ของเรา จากข้อมูลพบว่าเว็บไซต์ที่ดีควรโหลดไม่เกิน 3 วินาทีเมื่อมีการเปลี่ยนการกระทำใดๆก็ตาม ลองคิดดูง่ายๆถ้าเว็บเราโหลดช้าหรือ page speed ต่ำเมื่อคนเข้าแล้วกดออกบ่อยๆ(ใครจะร

อ) จะทำให้กูเกิลคิดว่าเว็บเราไม่มีประสิทธิภาพต่อผู้ใช้งานนั่นเอง


Q7. Backlink คืออะไร?


Backlink หรือลิงก์ย้อนกลับคือลิงก์ที่เราได้จากเว็บไซต์อื่นๆที่อ้างอิงหรือส่งกลับมาที่เว็บของเรา เช่นคนที่เอาบทความเราไปบอกหรือแชร์ต่อเมื่อเห็นว่าบทความของเรานั้นดีและเกี่ยวข้องกับเขานั่นเอง


Q8. Outbound link คืออะไร?


ลิงก์ที่ส่งอกจากเว็บไซต์ของเราไปยังเว็บไซต์อื่น เช่นเราทำเรื่องการเก็บรักษาผัก แต่ในบางรายละเอียดเราได้ทำลิงค์ส่งต่อไปยังเว็บที่เชี่ยวชาญเรื่องผัก เป็นต้น


Q9. keyword density คืออะไร?


keyword density คือความหนาแน่นของคำหลักในบทความนั้นๆ เช่น หากเราเขียนบทความเกี่ยวกับรองเท้าวิ่ง 100 คำ และมี focus keyword คำว่า รองเท้าวิ่งอยู่ 5 คำ keyword density ก็จะเท่ากับ 5% นั่นเอง(จากข้อมูลพบว่า keyword density ควรอยู่ที่ 1-2.5% และกระจายอย่างเป็นธรรมชาติทั่วบทความ)


Q10. meta tags คืออะไรและสำคัญอย่างไร?


เมตาแท็กคือข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับหน้าเว็บคล้ายกับการแสดงตัวอย่าง ที่ปรากฏบน Google SERP- อธิบายเกี่ยวกับชื่อเรื่อง(พาดหัว)และเนื้อเรื่องคร่าวๆของบทความนั้นๆที่ปรากฏ

Meta tagที่สำคัญมี 2 ประเภท ได้แก่


Meta Title – เป็นพาดหัวที่ปรากฏในหน้าเครื่องมือค้นหา โดย Google แนะนำให้ใช้อักขระสูงสุด 70 ตัว แต่ถ้าเป็นรูปแบบพิกเซลขีดจำกัดคือ 580 px


Meta description – เป็นบทสรุปของบทความสั้นๆ พูดถึงว่าบล็อกเกี่ยวกับอะไร ขีดจำกัดอักขระที่แนะนำคือ 155-160 อักขระ แต่ถ้าเป็นรูปแบบพิกเซลขีดจำกัดคือ 990px


Q11. longtail keyword คืออะไร?


คือคำค้นหรือวลีที่มีความยาว 3-5 คำ มีความเฉพาะเจาะจงมาก ช่วยให้แบรนด์กำหนดเป้าหมายเฉพาะกลุ่มซึ่งจะดึงดูดการเข้าชมที่มีคุณภาพและนำไปสู่การเกิด ​​Conversion ได้ เช่น “รองเท้าฟุตบอลมือสอง ราคาไม่เกิน 2,000 บาท” เป็นต้น


Q12. landing page คืออะไร?


หน้า Landing Page คือหน้าเว็บที่ผู้ใช้ 'เข้าถึง' เว็บไซต์หรือหน้าเป้าหมายเมื่อเขาคลิกลิงก์ใดลิงก์หนึ่ง โดยแหล่งที่มาของลิงก์นี้อาจมาจากอีเมล โฆษณา เว็บไซต์อื่นๆ โซเชียลมีเดียหรือแหล่งอื่นๆ เป็นต้น


Q13. Organic results คืออะไร?


เรียกอีกอย่างว่าผลการค้นหาทั่วไป ไม่ใช่การแสดงผลจากการซื้อโฆษณา เมื่อผู้ใช้ค้นหาข้อความค้นหาบนเครื่องมือค้นหา ผลลัพธ์ที่แสดงจะไม่มีเครื่องหมาย " โฆษณา " หรือ “AD” นั่นเอง


Q14. Image alt text คืออะไร?


Google รับรู้สิ่งต่างๆผ่าน code เพราะฉะนั้นการลงรูปภาพนั้นกูเกิลไม่สามารถรู้ได้ว่าภาพนั้นคืออะไร เราต้องมีการใส่ “image alt text” เพื่อให้กูเกิลรู้ว่าภาพนั้นเกี่ยวกับอะไรนั่นเอง เช่น ถ้าเราลงรูปสุนัขชิวาว่า ใน alt text ควรใส่ว่า “สุนัขชิวาว่าสีน้ำตาล” เป็นต้น


Q15. URL friendly คืออะไร?


URL friendly คือลิงค์ url ที่เป็นมิตรต่อการแชร์ ยกตัวอย่างง่ายๆหลายคนคงเคยเห็น url ที่แชร์แล้วเป็นภาษาด่างดาว นั่นคือ non-url friendly โดย url friendly ควรเป็นภาษาอังกฤษ มี focus keyword รวมอยู่ด้วยและไม่ยาวจนเกินไป เช่น https://www.geniemarketings.com/post/how-to-start-digitalmarketing-career เป็นต้น


เย้!!! จบไปแล้วสำหรับคำถามในการสัมภาษณ์ seo specialist ที่ยังใหม่ประสบการณ์ ต่อไปจะเป็น 13คำถามที่คนทำ seo มาแล้ว 3 ปีขึ้นไปต้องเจอเวลาไปสัมภาษณ์งาน จะมีคำถามอะไรบ้างไปอ่านกันเลย


Part2 13 คำถามในการสัมภาษณ์งาน SEO specialist เก๋าประสบการณ์อายุงาน 3 ปีขึ้นไป


คำถามสัมภาษณ์งาน seo คนมีประสบการณ์

Q1. ข้อผิดพลาดในการทำ SEO ที่คนทั่วไปมักเจอคืออะไร?


มีเยอะมากเขียนไม่หวาดไม่ไหว เลยขอทำ outbound link ไปยังแหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพจามนี้จ้า


Q2. Sandbox effect คืออะไร?


sandbox effect คือตัวกรองชนิดหนึ่งที่จะหยุดเว็บไซต์ใหม่ไม่ให้ติดอันดับในผลการค้นหาอันดับต้น ๆ ของ Google แม้ว่าอาจจะทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว (เหมือนสร้างความเชื่อใจตาม E-A-T factor นั่นก่อนแหละจ้า)


Q3. Penguin update คืออะไร?


Penguin ของ Google เปิดตัวในปี 2012 เป็นอัลกอริทึมการจัดอันดับที่ติดตามไซต์ที่ละเมิดหลักเกณฑ์ของ Google Webmaster มีวัตถุประสงค์เพื่อลดสแปมเว็บและเว็บไซต์คุณภาพต่ำนั่นเอง


Q4. Doorway pages คืออะไร?


เป็นการทำสแปมชนิดหนึ่งที่ google ไม่ชอบมากๆ โดยสร้างเว็บเพจที่ยัดแต่คีเวิร์ดลงไปจำนวนมากๆ(keyword stuffing) จนไม่มีเนื้อหาสาระ เพื่อหลอกบอตของกูเกิลให้เก็บหน้านี้ จากนั้นทำการเปลี่ยนทางไปยังหน้าอื่นที่ต้องการ ระถังเถอะกูเกิลจับได้แล้วจะหนาว


Q5. เราจะกำจัด toxic links ในเว็บได้อย่างไร?


Google แนะนำว่าเมื่อพบลิงก์ที่ไม่ดี ให้ติดต่อเจ้าของลิงก์โดยส่งคำขอไปให้พวกเขา หากไม่ได้ผลขอแนะนำให้ ใช้ disavow tool


Q6. SERP คืออะไร?


SERP หรือ Search Engine Result Pages คือ หน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาที่แสดงต่อผู้ใช้งานหลังจากที่พิมพ์คีย์เวิร์ดไปแล้วนั่นเอง


Q7. XML sitemap คืออะไร?


XML sitemap ทำหน้าที่เป็นแผนผังของเว็บไซต์ของ ที่แสดงหน้าเพจสำคัญๆเพื่อให้ Google สามารถเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ของเราได้


Q8. Rich snippet คืออะไร?


เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ดึงมาจากเพจและแสดงก่อนที่ผู้ใช้จะคลิกลิงก์ ตัวอย่าง rich snippet ทั่วไปบางรายการ ได้แก่ บทวิจารณ์ สูตรอาหาร และกิจกรรม


Q9. Bounce rate คืออะไร?


คือเปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่เข้ามาเว็บเราแล้วกดออกไปทันทีโดยที่ไม่ทำอย่างอื่นหรือไปหน้าอื่นต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูบทความ กรอกแบบฟอร์ม คลิกลิงก์ หรือทำการซื้อ และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับของ Google Google (กูเกิลชอบเว็บที่ bounce rate ต่ำๆนะจ้ะ)


Q10. LSI keywords คืออะไร?


LSI keywords คือดัชนีความหมายแฝง ในรูปแบบของ คำ/วลี ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดหลัก ช่วยส่งเสริมคีย์เวิร์ดหลัก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการให้ข้อมูลเชิงบริบทที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแก่เครื่องมือค้นหา


Q11. ความสำเร็จ SEO วัดจากอะไรได้บ้าง?


On-page: Organic traffic, keyword ranking, SERP visibility, low bounce rate and a high click-through rate(CTR) เป็นต้น


Off-page : Quality backlinks, Quora answers ranking on top เป็นต้น


Technical SEO : high page speed, secure and successful payments(SSL certificate) เป็นต้น


Q12. PBN คืออะไร?


PBN ย่อมาจาก Private Blog Network คือเครือข่ายบล็อกส่วนตัว ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์เดียวคือการทำ Backlink ให้กับเว็บไซต์หลักของธุรกิจนั่นเอง


Q13. ข้อสุดท้าย ทำไมคุณจึงคิดว่าคุณเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตำแหน่งนี้


คำถามนี้เมื่อใครอ่านมาถึงตรงนี้จงขอบคุณความใฝ่รู้และความพยายามของคุณ เพราะทักษะที่ดีของคนทำ seo คือความรอบรู้ การอัพเดทความรู้ตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ความอดทนและการลงมือทำ หากคุณมีคุณสมบัติดังกล่าวจงบอกเขาไป ซึ่งไม่มากก็น้อยแหละครับที่เขาจะประทับใจในตัวคุณ ส่วนที่เหลือก็อยู่ที่ตัวคุณแล้วหละว่าเมื่อได้โอกาสแล้วจะเต็มที่กับมันแค่ไหน


“จงรักในสิ่งที่ทำ เมื่อนั้นสิ่งที่ทำจะมอบความรักกลับคืนให้คุณ”


โชคดีครับเพื่อนๆที่ทำงานด้าน SEO ทุกๆคน


Comments


Commenting has been turned off.
bottom of page